my park--za
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ บล็อก ของฉันจร้า
หัวบล็อก
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554
อยากไปเกาหลีมากๆเลยอ่ะเพิ่ลๆ
เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องดำเนินการขอวีซ่าและสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้เป็น เวลานานถึง 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย
ภาษาที่ใช้: ประชาชนชาวเกาหลีใต้ใช้ภาษาเกาหลีใต้กันในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้ ความแตกต่างของเวลา: เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงไปถึงที่เกาหลีใต้แล้วอย่าลืมเปลี่ยนเวลาด้วย
สภาพอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั่วประเทศเกาหลีใต้บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน) คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ชาวเกาหลีใต้จะนิยมออกนอกบ้านเพื่อมาพักผ่อนในวันหยุด ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว ส่วนฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศจะหนาวเย็นและมีหิมะตก ฤดูหนาวที่ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ก็คือการเล่นสกี อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย
อาหารท้องถิ่น: อาหารในประเทศเกาหลีใต้มีความแปลกตา และแตกต่าง จากอาหารของประเทศอื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน อาหารส่วนใหญ่จึงเน้น เพื่อสุขภาพและบำรุงร่ายกาย โดยอาหารมักออกรสชาติจืด ไปซักหน่อย แต่ก็มีเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ อาหารที่รู้จักกันดีของเกาหลีใต้ คือ คิมซี หรือผักดองนั่นเอง ซึ่งมีหน้าตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของผักและกรรมวิธีการทำ อาหารที่ขึ้นชื่ออีกชนิดคือ บุลโกกิก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ หมูย่างเกาหลีใต้ จะมีรสชาติออกหวาน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยท่านสามารถลองหาทานอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ตาม ร้านอาหารทั่วไป หรือ ภัตตาคารภายในที่พักในเกาหลีใต้ของท่าน
แหล่งช้อปปิ้ง: การจับจ่ายซื้อสินค้าในเกาหลีใต้นั้น สินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือสินค้าพื้นเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เนคไท ผ้าพันคอ กระเป๋า เครื่องหนัง โสมเกาหลีใต้ และของที่ระลึกต่างๆ แต่ถ้าต้องการซื้อสินค้านานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี หรือห้างสรรพสินค้า
อยากไปเพราะว่าเป็นไปเทศที่มีนักแสดงที่ฉันชอบและเป็นประทศที่ที่มีอากาศที่ดีพร้อมดอกไม้ที่สวยงามด้วยล่ะจร้า
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มาเทียวทะเลหาดตาแหวนกันเถอะจร้า
หาดตาแหวน
ผมประเดิมมื้อแรกของวันนี้ด้วยก๋วยเตี๋ยวหมูที่หาดตาแหวน รสชาติอร่อยใช้ได้เลยละ ชามละ 30 บาท ก็สมน้ำสมเนื้อดี แล้วก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ หาดตาแหวนจะยาว และมีนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเกาหลี ไต้หวัน และจีน ของกินก็มีให้เลือกกินมากมาย แต่แนะนำว่าให้ถามราคาก่อนซื้อดีกว่านะครับ โดยเฉพาะอาหารทะเล ราคาจะแพงเป็นพิเศษ ดูรูปหาดตาแหวนกันไปพลางๆก่อนครับ
สำหรับใครที่จะอาบแดดก็ใช้บริการเตียงผ้าใบด้านหน้าเลย ส่วนมากจะเห็นแต่ฝรั่งชอบมาอาบแดดกัน สำหรับคนไทยชอบนอนในร่มมากกว่า ราคาเตียงผ้าใบแบบมีเบาะ 100 บาท/ตัว อยู่แถวหน้าติดทะเล และแบบธรรมดา 20 บาท/ตัว เหมือนผ้าใบที่บางแสน จะอยู่ห่างจากทะเลหน่อย มีคูปองให้เข้าห้องน้ำฟรีด้วย
ที่หาดตาแหวนมีห้องน้ำ และที่อาบน้ำจืด สุขาราคา 5-10 บาท ส่วนอาบน้ำ 30-40 บาท น้ำบนเกาะค่อนข้างแพงครับ
จากหาดตาแหวนสามารถเดินไปหาดสังวาลย์ได้ ถ้าหันหน้าไปทางทะเล เดินไปทางซ้ายจะเป็นหาดสังวาลย์ หาดสังวาลย์จะสั้นประมาณ 150 เมตรและเงียบมาก ถ้าชอบเล่นน้ำผมว่ามาหาดตาแหวนดีกว่า จากหาดตาแหวนเห็นมีเส้นทางไปหาดทองหลางอยู่ แต่พอเดินไปทางขาดซะงั้น เหมือนเจอคลื่นแรงๆซัด ทางเดินเลยขาด
วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มาเทียว วัดสายไหม กันเถอะจร้า
ประวัติวัดสายไหม
ชื่อว่า "สายไหม" ปัจจุบันเป็นชื่อของแขวง ๆ หนึ่งอยู่ในเขตสายไหม กรุงเทพฯ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดสายไหม ที่มีคลองหกวาเป็นเขตแนวกั้นระหว่างจังหวัดปทุมธานี กับกรุงเทพมหานคร แต่คำว่า "สายไหม" เท่าที่ได้ฟังคนเก่าเล่ามาว่า ในอดีต คือเมื่อก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๓ บริเวณนี้เป็นทุ่งกว้างใหญ่ มีชื่อว่า "ทุ่งหลวง" พื้นที่เป็นทุ่งหญ้า ป่ากก ป่าปรือ มีหนองน้ำกว้างใหญ่ ในฤดูฝนมีน้ำท่วมอยู่เต็มทุ่ง มีลำธารไหลผ่านทุ่งนี้ ไปบรรจบกับคลองบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในฤดูน้ำนี้ชาวบ้านบางตลาดใช้ลำธารสายนี้เป็นทางเดินเรือนำสินค้าไปขายจนถึงจังหวัดนครนายก ดังนั้นในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอนสูงก็จะเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เสือ ช้าง และนกนานาชนิด ส่วนในเป็นพื้นที่ลุ่มก็เป็นหนองน้ำ เป็นบึงที่กว้างใหญ่ เป็นรวมของพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดจนถึงจรเข้ จึงนับได้ว่ามีปลาชุกชุมมาก (ปัจจุบันคือบริเวณที่เป็นหมู่บ้านสายไหม ถนนลำลูกกา) ชาวบ้านคลองบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จะพากันออกเดินทางแต่เช้าตรู่พร้อมด้วยเครื่องมือจับปลา มุ่งหน้ามายังทุ่งนี้เพื่อจับปลาเอาไปสะสมไว้เป็นอาหาร ครั้นเย็นลงก็พากันกลับบ้านพร้อมกับปลาเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีข่าวกระจายออกไป เมื่อใครรู้ข่าวเข้าก็อยากจะมาบ้าง จึงเกิดคำถามขึ้นว่าไปถึงที่หาปลายนั้นน่ะ "สายไหม" จากคำถามที่ว่า สายไหม สายไหม นาน ๆ วันเข้าจึงกลายเป็นชื่อของทุ่งนี้ขึ้นมาใหม่ว่า "สายไหม" ต่อมามีผู้อพยพจากคลองบางตลาดมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่บริเวณทุ่งนี้เป็นจำนวนหลายครอบครัว จึงเกิดเป็นหมู่บ้านขึ้นมาใหม่
ชื่อวัด ชื่อตำบลว่า "สายไหม" ที่ใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ ครั้นต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมอบให้บริษัทขุดคลองและคูนาสยาม เป็นผู้ขุดคลองระบายน้ำ ส่งน้ำ เพื่อการชลประทานในการทำนานในบริเวณ "ทุ่งหลวง" นี้ และทรงแต่งตั้งให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ เป็นแม่กรอง ขุดคลองสกัดน้ำ ๓ คลอง คือ คลองประตูน้ำจุฬาภรณ์ (คลองรังสิตประยูรศักดิ์) อำเภอธัญบุรี และคลองหกว่า อำเภอลำลูกกา และได้ขุดคลองซอยที่ ๑ ถึงคลองที่ ๑๖ แล้วมีการออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ที่ถือครองอยู่ริมลำธารจึงย้ายมาอยู่ตามริมคลองที่ขุดใหม่นี้ เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินบริเวณปากคลอง ๓ และคลองหกวานี้มีที่ดินเหลือเศษอยู่จำนวนหนึ่งด้านตะวันออกกว้าง ด้านตะวันตกแหลมเป็นชายธง ด้านใต้ติดคลองขุดใหม่คือคลองหกวา มีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๓๕ ตารางวา หม่อมราชวงศ์หญิงน้อยและหม่อมหลวงนุ่ม ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ มีจิตศรัทธายกให้เป็นที่สร้างวัดและให้ใช้ชื่อตามหมู่บ้านว่า "วัดสายไหม" โดยได้รับพระบรมราชานุญาต เมื่อ ปีจอ พ.ศ. ๒๔๔๑ สัมฤทธิ์ศก ค.ศ. ๑๘๔๙ จ.ศ. ๑๒๖๐ ร.ศ.๑๑๗ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ร.ศ. ๑๒๕ โดยมีเจ้าอธิการญัติ อุตฺตโม (หลวงปู่ญัติ อุตฺตโม) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และเป็นเจ้าคณะหมวดกลางสายไหมมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านจึงมรณภาพ หลักฐานที่ว่ามานี้มีเหตุพอจะเชื่อถือได้ก็คือ หลวงปู่เริ่ม เจ้าอาวาสวัดหน้าโบสถ์ อำเภอปากเกร็ด (วัดหน้าโบสถ์ วัดท่าโมกข์ และวัดเชิงท่า ทั้ง ๓ วัดถูกเวณคืนไปเพื่อสร้างกรมชลประทานปัจจุบัน และทางราชการสร้างวัดชลประทานรังสฤษดิ์ขึ้นมาแทน) ท่านเป็นผู้ที่ส่งหลวงปู่ญัติ อุตฺตโม มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสายไหมนี้ ชาวบ้านบางตลาดเป็นชาวรามัญ วัดนี้จึงเป็นวัดที่สืบมาจากทางรามัญ ในสมัยที่หลวงปู่ญัติ เป็นเจ้าอาวาส พระวัดสายไหมสวดมนต์ภาษารามัญ และมีสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ รูปหงส์หล่อ ๒ ตัว ยืนอยู่บนยอดเสา (ถูกขโมยไป ๑ ตัว เหลืออยู่ ๑ ตัว)
ชื่อวัด ชื่อตำบลว่า "สายไหม" ที่ใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ ครั้นต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมอบให้บริษัทขุดคลองและคูนาสยาม เป็นผู้ขุดคลองระบายน้ำ ส่งน้ำ เพื่อการชลประทานในการทำนานในบริเวณ "ทุ่งหลวง" นี้ และทรงแต่งตั้งให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ เป็นแม่กรอง ขุดคลองสกัดน้ำ ๓ คลอง คือ คลองประตูน้ำจุฬาภรณ์ (คลองรังสิตประยูรศักดิ์) อำเภอธัญบุรี และคลองหกว่า อำเภอลำลูกกา และได้ขุดคลองซอยที่ ๑ ถึงคลองที่ ๑๖ แล้วมีการออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ที่ถือครองอยู่ริมลำธารจึงย้ายมาอยู่ตามริมคลองที่ขุดใหม่นี้ เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินบริเวณปากคลอง ๓ และคลองหกวานี้มีที่ดินเหลือเศษอยู่จำนวนหนึ่งด้านตะวันออกกว้าง ด้านตะวันตกแหลมเป็นชายธง ด้านใต้ติดคลองขุดใหม่คือคลองหกวา มีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๓๕ ตารางวา หม่อมราชวงศ์หญิงน้อยและหม่อมหลวงนุ่ม ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ มีจิตศรัทธายกให้เป็นที่สร้างวัดและให้ใช้ชื่อตามหมู่บ้านว่า "วัดสายไหม" โดยได้รับพระบรมราชานุญาต เมื่อ ปีจอ พ.ศ. ๒๔๔๑ สัมฤทธิ์ศก ค.ศ. ๑๘๔๙ จ.ศ. ๑๒๖๐ ร.ศ.๑๑๗ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ร.ศ. ๑๒๕ โดยมีเจ้าอธิการญัติ อุตฺตโม (หลวงปู่ญัติ อุตฺตโม) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และเป็นเจ้าคณะหมวดกลางสายไหมมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านจึงมรณภาพ หลักฐานที่ว่ามานี้มีเหตุพอจะเชื่อถือได้ก็คือ หลวงปู่เริ่ม เจ้าอาวาสวัดหน้าโบสถ์ อำเภอปากเกร็ด (วัดหน้าโบสถ์ วัดท่าโมกข์ และวัดเชิงท่า ทั้ง ๓ วัดถูกเวณคืนไปเพื่อสร้างกรมชลประทานปัจจุบัน และทางราชการสร้างวัดชลประทานรังสฤษดิ์ขึ้นมาแทน) ท่านเป็นผู้ที่ส่งหลวงปู่ญัติ อุตฺตโม มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสายไหมนี้ ชาวบ้านบางตลาดเป็นชาวรามัญ วัดนี้จึงเป็นวัดที่สืบมาจากทางรามัญ ในสมัยที่หลวงปู่ญัติ เป็นเจ้าอาวาส พระวัดสายไหมสวดมนต์ภาษารามัญ และมีสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ รูปหงส์หล่อ ๒ ตัว ยืนอยู่บนยอดเสา (ถูกขโมยไป ๑ ตัว เหลืออยู่ ๑ ตัว)
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มาเทียวตลาดน้ำบ้างน้ำผึ้งกันน้าจร้า
ประวัติความเป็นมา
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเที่ยวแบบไทย ๆ เที่ยวไป กินไป ที่ไหนมีของอร่อย จะมีคนตามไปกินเสมอ เช่นเดียว กับที่นี่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุง ที่อำเภอ พระประแดง สมุทรปราการ มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เริ่มเวลา 7 โมงเช้า เป็นต้นไปจนถึงเย็น แม้เพิ่ง เปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่มีคนมาเที่ยวกัน มากโดยเฉพาะวันอาทิตย์จะมีคนมาเที่ยวประมาณ 4,000 คน มีนักท่องเที่ยวฝรั่งมาเที่ยวด้วย
เสน่ห์ตลาดน้ำที่นี่ คือวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย เชื้อสายมอญ น้ำในคลองยังสะอาด มีของพื้นบ้านอร่อย ๆ ที่ชาวบ้านทำมาขายเอง มีเรือพายขาย ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ขนมจีนน้ำยา หอยทอดในถาดขนมครก ขนมใส่ไส้ มีกลุ่มแม่บ้าน สตรีทำขนมทองหยอด เม็ดขนุน ฝอยทอง การทำกาละแมกวนมาขาย แต่สุดยอดของ อร่อยที่นี่ คือ ห่อหมกหมู ที่ต้องมาแต่เช้าจึงจะได้ทาน เพราะมาบ่ายจะขายหมด นอกจากนี้ก็มีผลไม้จากสวนที่มีอยู่ทั่วไปสองฝั่งคลอง ผลไม้ขึ้นชื่อที่สุดของบางน้ำผึ้ง คือมะม่วงน้ำดอกไม้ และยังมีไม้ดอกไม้ประดับ สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์ ไข่เค็มดินสอพอง บริเวณตลาดน้ำมีเรือพายให้บริการ ถ้าพายเป็นจะพายเองก็ได้ ค่าเช่าชั่วโมงละ 20 บาท หากต้องการคนพายให้ เพิ่มอีก 20 บาท นั่งเรือลัดเลาะชมพื้นที่สีเขียว 2 ฝั่งคลอง มีทั้งป่าจาก สวนมะม่วง และมะพร้าว ในอนาคตจะมีบริการจักรยานให้เช่าด้วย
ที่เที่ยวใกล้เคียงวัดมอญต่าง ๆ ที่อยู่ในพระประแดง สวนสาธารณะศรีนครเขื่อนขันธ์ พระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุลจอมเกล้า
การเดินทาง
ขับรถมาเองจะสะดวกที่สุด โดยใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วน ขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง-สุขสวัสดิ์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าตรงข้างปั๊มน้ำมัน BP พอถึงตลาด พระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรม วรวิหาร ไปประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ช่วงนี้เส้นทางกำลังมีการก่อสร้างทางด่วน ผิวถนนขรุขระ และเมื่อพบป้ายบอกทาง เข้าตลาดน้ำให้เลี้ยวขวาเข้ามาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งเป็นที่จอดรถ
การเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถโดยสารรถประจำทางที่วิ่งมายังพระประแดงแล้วต่อรถสาย บางคอบัวและมอเตอร์ไซค์ไปยังตลาดน้ำ ปอ.138 วิ่งจากจตุจักรขึ้นทางด่วนมาลงตลาดพระประแดงได้เลย หรือ สาย 82 วิ่งจากสนามหลวงก็มาถึง พระประแดงเช่นกัน แต่ถ้าโดยสารรถ ปอ.140 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อรถลงจากทางด่วนสุขสวัสดิ์ ให้ลงป้ายแรก แล้วต่อรถสาย 82 เข้าตลาดพระประแดง หรือจากปากเกร็ดมีรถสาย 506 ไปยังตลาดพระประแดง ได้เช่นกัน จากตลาดพระประแดง มีรถสีฟ้าประจำทางสายบางคอบัว ค่าโดยสาร 5 บาท ถึงปากทางเข้าตลาดและต่อมอเตอร์ไซค์ รับจ้างมาอีก 6 บาท
การเดินทาง
ขับรถมาเองจะสะดวกที่สุด โดยใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วน ขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง-สุขสวัสดิ์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าตรงข้างปั๊มน้ำมัน BP พอถึงตลาด พระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรม วรวิหาร ไปประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ช่วงนี้เส้นทางกำลังมีการก่อสร้างทางด่วน ผิวถนนขรุขระ และเมื่อพบป้ายบอกทาง เข้าตลาดน้ำให้เลี้ยวขวาเข้ามาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งเป็นที่จอดรถ
การเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถโดยสารรถประจำทางที่วิ่งมายังพระประแดงแล้วต่อรถสาย บางคอบัวและมอเตอร์ไซค์ไปยังตลาดน้ำ ปอ.138 วิ่งจากจตุจักรขึ้นทางด่วนมาลงตลาดพระประแดงได้เลย หรือ สาย 82 วิ่งจากสนามหลวงก็มาถึง พระประแดงเช่นกัน แต่ถ้าโดยสารรถ ปอ.140 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อรถลงจากทางด่วนสุขสวัสดิ์ ให้ลงป้ายแรก แล้วต่อรถสาย 82 เข้าตลาดพระประแดง หรือจากปากเกร็ดมีรถสาย 506 ไปยังตลาดพระประแดง ได้เช่นกัน จากตลาดพระประแดง มีรถสีฟ้าประจำทางสายบางคอบัว ค่าโดยสาร 5 บาท ถึงปากทางเข้าตลาดและต่อมอเตอร์ไซค์ รับจ้างมาอีก 6 บาท
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)










